ผลิตภัณฑ์น้ำมันงา

ผลิตภัณฑ์น้ำมันงา
ขนาดบรรจุ 80 มล. 200 มล. และ 500 มล.

วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทางโรงงานได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์มีแบบขวดแก้ว
มี ขนาด 80 มล. 200 มล. และ 500 มล. ครับ

วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553

น้ำมันงา ตรากล้วยไม้


น้ำมันงาขาว และน้ำมันงาดำ จากจังหวัด แม่ฮ่องสอน
ผ่านมาตรฐาน อาหารและยา (อย.)
GMP Thailand
มาตรฐาน OTOP5 ดาว
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.)
ติดต่อ คุณ มนตรี 08-19924971 หรือ คุณวิชาญ  08-57150375
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อผมผ่าน Email ได้ครับ
tortui2006@hotmail.com


มีบริการจัดส่งทั่วประเทศครับ
หากต้องการซื้อในปริมาณมาก มีแบบบรรจุ แกลอน คิดราคาเป็นกิโลกรัมครับ
ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ข้างบนนะครับ


สถานที่จำหน่ายน้ำมันงา ตรากล้วยไม้

ร้านดีดีอร่อย (โครงการหลวง) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกีรยติ อาคาร B ชั้น 1 ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพ
ร้านภูนิช สมุนไพร ในตลาด อตก. เขตจตุจักร กรุงเทพ
ร้าน OTOP ในปั้ม ปตท. ข้างโรงพยาบาลทหารผ่านศึก
ร้านดีใจ ออร์แกนิค ถ.ลาดหญ้า ซอย 3 วงเวียนใหญ่
สมุนไพรเทเวศน์ สี่แยกเทเวศน์
ร้านค้าสวัสดิการทหารบก(หน้าโรงพยาบาลวิชัยยุทธ์) ถ.พระราม 6 สามเสนใน
ร้ารพุทธชาติ ถ. สุขสวัสดิ์ เขตราชบูรณะ
ร้านป้ากะหลาน ถ.ตลิ่งชัน จ.สุพรรณบุรี
ร้านกาแฟสด ในปั้มคาลเท็กซ์ (ฝั่งตรงข้ามกรมอุตุนิยมวิทยา สี่แยกบางนา) ถ.สุขุมวิทย์

สำหรับสอบถามสถานที่จำหน่ายในจังหวัดอื่นๆ ติดต่อ คุณ วิชาญ ใจมะหา พนักงานขายและจัดส่งทั่วไป 085-7150375

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีปีใหม่ครับ

สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขครับ
สุขภาพแข็งแรง ทั้งกาย ทั้งใจนะครับ

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

งานประชุมวิชาการ 50 ปี คณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ี

สองสัปดาห์ก่อนผมได้มีโอกาสไปร่วมฟังการบรรยายวิชาการ 50 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ ที่ โรงแรม ดิเอมเพรส เชียงใหม่ มีบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขเข้าร่วมมากมาย หัวข้อที่ผมสนใจไปฟังโดยเฉพาะคือ งานวิจัยเกี่ยวกับงาดำ ของอาจารย์ ปรัชญา คงทวีเลิศ ครับ เป็นการนำเสนองานที่มีผู้สนใจมากมาย จับใจความได้ว่า สารเซซามินในงานั้นสามารถไปเปิดรหัสพันธุกรรมบางตัวในร่างกายของเรา ซึ่งีส่วนสำคัญในโครงสร้างของกระดูกและกระดูกอ่อน สำหรับรายละเอียดของงานวิจัยคงต้องรอให้อาจารย์ ตีพิมพ์หรือเผยแพร่อีกทีครับ คิดว่าหลายๆท่าน
คงรอติดตาม(รวมทั้งผมด้วยครับ) วันนี้เลยหาลิ้งที่เคยลงข่าวของอาจารย์ ปรัชญา คงทวีเลิศ ไว้นะครับ เผื่อผู้สนใจจะได้หาข้อมูลเพิ่มเติม
เจลงาดำป้องกันข้อเสื่อม กรุงเทพธุรกิจ มิถุนายน 2552
มช.ปรุงเจลงาดำรักาาโรคข้อเข่าเสื่อม
สารสกัดจากงาดำช่วยลดการสลายของกระดูกอ่อน

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

รู้จักงาดำ...ธัญพืชมหัศจรรย์

งาดำ ธัญพืชเมล็ดจิ๋วที่มีคุณค่ามากมาย "งาดำ" มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum oreintale L. ชื่อสามัญคือ sesame มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศเอธิโอเปีย ถูกนำเข้าไปในอินเดียก่อนที่จะขยายพันธุ์เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก มีการนำงาดำมาใช้ประโยชน์หลักๆสามด้าน คือ อาหาร ยาสมุนไพร และ ด้านความงาม

ในเมล็ดงา มีสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ โปรตีนประมาณ 20-25% ไขมันประมาณ 45-55% เป็นนำมันที่มีกลิ่นหอม และกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง (กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโรคอ้วน ในทางตรงกันข้ามยังช่วยลดกรดไขมันชนิด LDL ที่เป็นสาเหตุของไขมันอุดตันในเส้นเลือดและโรคหัวใจด้วย ) นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี และ วิตามินอี สูง มีเกลือแร่ที่สำคัญคือ เหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม ไอโอดีน สังกะสี และ เซเลเนียม สำหรับพระเอกตัวหนึ่งในงาที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย คือ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ชื่อ เซซามิน (sesamin) หรือเซซามิโอ (sesamio) ได้มีการวิจัยที่น่าสนใจอย่างมากเกี่ยวกับประโยชน์ของสารเซซามิโอโดย รศ. ดร. ปรัชญา คงทวีเลิศ หน่วยวิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อของประเทศไทย ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผมได้ใส่ลิ้งค์ไว้ด้านข้างสำหรับผู้ที่สนใจเข้าไปอ่านเพิ่มเติมครับ

การใช้ประโยชน์จากงาดำมีมาแต่โบราณ มีหลักฐานว่าหญิงตั้งครรภ์นิยมใช้น้ำมันงาทาหน้าท้อง เพื่อป้องกันหน้าท้องแตกลาย เพราะน้ำมันงาจะช่วยลดแรงตึงของผิวหนังได้ นอกจากนี้ยังมีการนำมาใช้ในการหมักผมให้ดกดำ นุ่มสลวยเงางาม ในการแพทย์อายุรเวชนิยมใช้น้ำมันงาดิบในการนวดตัว ขจัดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ ปวดข้อ เคล็ดขัดยอก ในทางการแพทย์ตะวันตกและตะวันออกระบุว่า "งาดำ" มีคุณค่าที่ดีต่อ ผม หนังศีรษะ และผิวพรรณ ( ปัจจุบันพบว่าสารออกฤทธิ์ดังกล่าวคือ niacin) ส่วนสารในกลุ่มชะลอความแก่คือ กลุ่มสารลิกแนนส์ ไกลโคไซด์ และวิตามินอี

งาดำ ธัญพืชมหัศจรรย์2

งาดำ ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน จนมีการนำงาดำไปเป็นส่วนประกอบของอาหารมากมาย ประโยชน์ของงาดำหรือน้ำมันงานั้นมีการใช้กันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งปัจจุบันได้พบว่าคุณค่าในเมล็ดงานั้นเกิดจากสารอาหารมากมาย ทั้งโปรตีน กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ จนกระทั่งล่าสุดคือสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เรียกว่า เซซามิน มาทำความรู้จักกับสารแร่ธาตุที่สำคัญในงาดำกันนะครับ โดยจะเทียบกับปริมาณงาดำประมาณ 1/4 ถ้วยหรือ 36 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณโดยคร่าวๆไว้เปรียบเทียบนะครับ
ทองแดง(copper)
แร่ธาตุตัวแรกที่จะกล่าวถึง คือแร่ธาตุที่มีสัดส่วนที่ร่างกายต้องการมากที่สุดในงาดำครับ ในงาดำ1/4ถ้วยจะมีทองแดงอยู่ประมาณ 1.48 มก. ซึ่งปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยคือ 2 มก. คิดเป็นประมาณ 74% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการ ทองแดงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและบรรเทาปวด ในแพทย์แผนบัจจุบันยังมีการใช้ทองแดงเป็นยารักษาโรคปวดข้อรูมาตอยด์ นอกจากนั้นทองแดงยังมีส่วนสำคัญในกระบวนการเสริมสร้างกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้ออีกด้วยครับ ต่อไปจะนำเรื่องราวของแร่ธาตุตัวอื่นๆในงาดำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ
แมกนีเซียม(magnesium)
แร่ธาตุตัวที่สองในงาดำคือแมกนิเซียม ในงาดำ1/4ถ้วยมีแมกนีเซียมประมาณ 126.36 มก.ปริมาณที่คนไทยต้องการต่อวันคือ 350 มก.คิดเป็น 36% นะครับ โดยแมกนีเซียมจะเกี่ยวข้องกับระบบหลอดเลือดและระบบหายใจเป็นหลักครับ มีการศึกษาถึงประโยชน์ของแมกนีเซียมในด้านต่างๆต่อไปนี้

  • ป้องกันการหดตัวของหลอดลมในโรกหอบหืด
  • ลดความดันโลหิต
  • ลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรน
  • ปรับสมดุลของการนอนหลับ
แคลเซียม(calcium)
งาดำเป็น ธัญพืชที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ในงาดำ 1/4 ถ้วย มีแคลเซียมปนะมาณ 351มก. คิดเป็น44%ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน มีการศึกษาถึงบทบาทของแคลเซียมพบว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในด้าน
  • การป้องกันมะเร็งลำใส้ใหญ่
  • ป้องกันการเสื่อมสลายของมวลกระดูก
  • ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน
  • ลดอาการปวดประจำเดือน
สังกะสี(zinc)
ในงาดำ ยังมีธาตุสังกะสีในปริมาณที่มากครับ ใน 1/4 ถ้วยของงาดำ(36กรัม) มีสังกะสีประมาณ 2.8 มก.คิดเป็นร้อยละ 18 ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน(ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 15 มก.) สังกะสีมีส่วนสำคัญในโครงสร้างของมวลกระดูก การขาดสังกะสีทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน ในวัยสูงอายุหรือหญิงวัยหมดประจำเดือน โดยเฉพาะกระดูกสันหลังและกระดูกสะโพกซึ่งมีความเสี่ยงต่อการหักในผู้สูงอายุเวลาหกล้มหรือเกิดอบัติเหตุ


ข้อมูลหลักได้มาจาก whfoods.com นะครับ
สำหรับปริมาณแร่ธาตุที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทย ผมได้ทำลิงค์ไว้ด้านข้างนะครับ

น้ำมันงากับกรดไขมันโอเมก้า-3

กรดไขมันโอเมก้า -3 เป้นกรดไขมันที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ มีสรรพคุณในการเสริมสร้างสุขภาพ ระบบหัวใจและหลอดเลือด และยับยั้งการอักเสบ
     กรดไขมันโอเมก้า-3 พบมากในอาหารสองกลุ่ม คือ ปลาและน้ำมัน
    กลุ่มที่เป้นปลา จะพบมากใน ปลาไหลทะเล ปลาซาบะ ปลาทูน่า ปลาทู ปลารัง ปลาอินทรี ปลาโอ ปลากะพง ปลาสำลี ปลาแซลมอน และพบในปลาน้ำจืดสามชนิดคือ ปลาช่อน ปลานวลจันทร์ ปลาบู่
    สำหรับกลุ่มน้ำมัน พบใน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา และน้ำมันรำข้าว